ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สุมังคลชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
245

สุมังคลชาดก

Buddha24ทุกนิบาต
ฟังเนื้อหา

สุมังคลชาดก

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ นครพาราณสีอันรุ่งเรือง ท่ามกลางพระราชวังที่โอ่อ่าตระการตาซึ่งสะท้อนแสงทองอร่ามจากยอดปราสาทภายใต้แสงตะวัน มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่าพระเจ้าพรหมทัต ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข ไพร่ฟ้ามานากันถ้วนหน้า แต่กระนั้น พระองค์ก็ทรงมีพระทัยที่ขุ่นมัวอยู่เนืองๆ

สาเหตุแห่งความขุ่นมัวนั้น หาใช่เกิดจากภัยสงคราม ความอดอยาก หรือการก่อกบฏไม่ หากแต่เป็นเพราะพระองค์ทรงเชื่อในเรื่องโชคลางอย่างยิ่งยวด พระองค์ทรงหมั่นเพียรพยากรณ์ดวงชะตาของพระองค์เองอยู่เสมอ และทุกครั้งที่พระโหราจารย์ทูลทำนายว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับพระองค์ พระทัยของพระองค์ก็จะหม่นหมองไปด้วยความหวาดหวั่น

วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ประทับอยู่บนพระแท่นทองในท้องพระโรงอันกว้างขวาง พระโหราจารย์ผู้ชราภาพได้ทูลว่า “ข้าแต่สมมติเทพ ดวงพระชะตาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท บ่งชี้ว่าในอีกเจ็ดวันข้างหน้า จะมีภัยพิบัติร้ายแรงเกิดขึ้นแก่พระองค์ อาจถึงแก่ชีวิต!”

“อันใดหรือ! มีภัยร้ายมาถึงเราถึงเพียงนี้เชียวหรือ!” พระเจ้าพรหมทัตทรงตวาดเสียงดัง พระพักตร์ซีดเผือดราวกับกระดาษ

ความหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่พระองค์อย่างรวดเร็ว พระองค์ทรงกังวลพระทัยจนไม่อาจเสวยพระกระยาหารได้ตามปกติ พระองค์ทรงตรัสเรียกพระมเหสีและเหล่าข้าราชบริพารเข้ามาปรึกษาหารือด้วยพระสุรเสียงอันสั่นเครือ

“พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่? โหราจารย์ทายว่าเราจะถึงแก่ชีวิตในอีกเจ็ดวันข้างหน้า เราจะทำเช่นไรกันดีเล่า!”

เหล่าข้าราชบริพารต่างก้มหน้าก้มตา บ้างก็เสนอให้สร้างป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด บ้างก็แนะนำให้เสด็จประพาสไปยังที่อันห่างไกลเพื่อหลบภัย แต่พระเจ้าพรหมทัตก็ทรงไม่สบายพระทัยกับข้อเสนอเหล่านั้นเลย

ในขณะที่พระองค์กำลังระทมทุกข์อยู่นั้นเอง พระโพธิสัตว์ซึ่งทรงเสวยพระชาติเป็นสุมังคลมาณพ หนุ่มน้อยผู้เปี่ยมด้วยปัญญาและความเฉลียวฉลาด ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของพระราชา จึงได้กราบทูลขอเข้าเฝ้า

เมื่อสุมังคลมาณพได้เข้าเฝ้าพระราชา เขาก็หมอบกราบลงแทบเบื้องพระบาท และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงว่า

“ข้าแต่สมมติเทพ หม่อมฉันได้ทราบถึงพระทุกข์พระทัยของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว หม่อมฉันมีความเห็นบางประการที่อาจจะช่วยแก้ไขปัญหาของพระองค์ได้”

พระเจ้าพรหมทัตทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมองสุมังคลมาณพ ด้วยความหวังอันริบหรี่

“กล่าวมาเถิดสุมังคลมาณพ หากเจ้ามีหนทางใดที่จะช่วยเราได้ เราพร้อมที่จะรับฟัง”

สุมังคลมาณพกล่าวต่อว่า

“หม่อมฉันเชื่อว่า ชะตาชีวิตของมนุษย์นั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการกระทำอันดีงาม และความเชื่อในโชคลางนั้นเป็นเพียงสิ่งลวงตาที่ทำให้จิตใจหวาดหวั่น หม่อมฉันขอให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงมอบหมายให้หม่อมฉันจัดการเรื่องนี้เอง”

พระเจ้าพรหมทัตทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทรงมีพระดำรัสว่า

“เราจะมอบหมายเรื่องนี้ให้เจ้าสุมังคลมาณพ แต่หากมีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับเรา เจ้าจะต้องรับผิดชอบ”

สุมังคลมาณพรับคำด้วยความมั่นใจ

ในวันรุ่งขึ้น สุมังคลมาณพได้ดำเนินการตามแผนที่เขาวางไว้ เขาสั่งให้คนงานจัดเตรียมเครื่องสักการะบูชาอันอุดมสมบูรณ์ และสั่งให้จัดเตรียมมหรสพสมโภชอย่างยิ่งใหญ่

เมื่อถึงวันเวลาที่พระโหราจารย์ทำนายไว้ว่าจะมีภัยพิบัติร้ายแรง สุมังคลมาณพได้เชิญพระราชาเสด็จประพาสไปยังอุทยานอันร่มรื่น เมื่อไปถึง เขาได้ถวายเครื่องสักการะบูชาแด่พระราชา และเชิญให้พระองค์ทรงร่วมในพิธีสักการะที่เขาได้จัดเตรียมไว้

ขณะที่พระราชาทรงเข้าร่วมในพิธี สุมังคลมาณพก็ได้กล่าวขึ้นว่า

“ข้าแต่สมมติเทพ ในวันนี้ หม่อมฉันได้นำเครื่องสักการะบูชาอันประเสริฐมาถวายแด่พระองค์ เพื่อเป็นการสักการะต่อบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ และเพื่อเป็นการเสริมสร้างสิริมงคลแก่พระองค์ การมีจิตใจที่ตั้งมั่นในคุณงามความดี ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและขับไล่สิ่งร้ายทั้งปวง”

จากนั้น สุมังคลมาณพก็เริ่มการแสดงมหรสพอย่างครึกครื้น เสียงดนตรีบรรเลงกึกก้อง มีการร่ายรำอันงดงาม เหล่าข้าราชบริพารต่างก็พากันปีติยินดี

เวลาได้ล่วงเลยไปจนถึงเวลาที่พระโหราจารย์ทำนายว่าจะเกิดภัยพิบัติ แต่กลับไม่มีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับพระราชาเลยแม้แต่น้อย พระองค์ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรง พระทัยที่เบิกบาน และทรงเพลิดเพลินกับบรรยากาศอันรื่นรมย์

เมื่อพิธีการต่างๆ สิ้นสุดลง สุมังคลมาณพจึงได้ทูลลาพระราชา

“ข้าแต่สมมติเทพ บัดนี้ กาลเวลาที่พระโหราจารย์ทำนายไว้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และไม่มีภัยใดๆ เกิดขึ้นแก่พระองค์เลย อันเป็นผลมาจากการที่พระองค์ทรงมีจิตใจที่ตั้งมั่นในการทำความดี และการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่นี้เป็นการยืนยันว่า ความดี ย่อมชนะสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง”

พระเจ้าพรหมทัตทรงตระหนักได้ถึงสัจธรรมอันลึกซึ้ง พระองค์ทรงทรงพระเกษมสำราญเป็นอย่างยิ่ง และทรงเลิกเชื่อในเรื่องโชคลางนับตั้งแต่นั้นมา พระองค์ทรงยกย่องสรรเสริญสุมังคลมาณพ และทรงแต่งตั้งให้เขาเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญ

เรื่องราวของสุมังคลมาณพได้แพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดิน ทำให้ผู้คนตระหนักได้ว่า การสร้างบุญบารมีและการทำความดี คือหนทางที่ดีที่สุดในการป้องกันภัยอันตราย และนำมาซึ่งความสุขความเจริญ

คติธรรม

การยึดมั่นในความดีและการทำบุญบารมี ย่อมเป็นเกราะป้องกันภัยอันตราย และนำมาซึ่งความสุขความเจริญที่แท้จริง การเชื่อในโชคลางโดยปราศจากเหตุผล ย่อมนำมาซึ่งความหวาดกลัวและวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น

บารมีที่บำเพ็ญ

พระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญ ปัญญาบารมี โดยการใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน และบำเพ็ญ วิริยบารมี โดยการลงมือปฏิบัติอย่างเต็มกำลังเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การยึดมั่นในความดีและการทำบุญบารมี ย่อมเป็นเกราะป้องกันภัยอันตราย และนำมาซึ่งความสุขความเจริญที่แท้จริง การเชื่อในโชคลางโดยปราศจากเหตุผล ย่อมนำมาซึ่งความหวาดกลัวและวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น

บารมีที่บำเพ็ญ: พระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญ ปัญญาบารมี โดยการใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน และบำเพ็ญ วิริยบารมี โดยการลงมือปฏิบัติอย่างเต็มกำลังเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

มุสิกชนกชาดก (Musika-janaka Jataka)
442ทสกนิบาต

มุสิกชนกชาดก (Musika-janaka Jataka)

มุสิกชนกชาดกในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระมุสิกราช พ...

💡 การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยความเข้าใจและความเมตตา ย่อมนำมาซึ่งสันติสุขและความยั่งยืน มากกว่าการใช้กำลังหรือการลงโทษเพียงอย่างเดียว

กุรุงคชาดก
70เอกนิบาต

กุรุงคชาดก

กุรุงคชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระพุทธเจ้าของเรายังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ เมื่อครั้งที่พระ...

💡 แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตราย ก็ไม่ควรละทิ้งความเมตตาต่อผู้อื่น และการเสียสละเพื่อผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งผลดีในที่สุด

สาลัททกชาดก (Salhattaka Jataka)
230ทุกนิบาต

สาลัททกชาดก (Salhattaka Jataka)

สาลัททกชาดก (Salhattaka Jataka)ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นอวันตี ที่ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอุดมส...

💡 ความสามัคคี ความกล้าหาญ และการใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ สามารถเอาชนะอุปสรรคได้

สิวกชาดก
6เอกนิบาต

สิวกชาดก

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของ...

💡 ความดีงามที่แท้จริงนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด หรือตำแหน่งหน้าที่ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำ และจิตใจของเรา การร่วมมือกันด้วยความเข้าใจ และความปรองดอง สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน และนำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง.

มหาสุตโสมชาดก
8เอกนิบาต

มหาสุตโสมชาดก

มหาสุตโสมชาดก ในสมัยพุทธกาล ขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ท...

💡 กามคุณเป็นสิ่งลวงตา นำมาซึ่งความทุกข์ หากไม่รู้จักประมาณตนและยับยั้งชั่งใจ

มหาสุมังคลสูตร
205ทุกนิบาต

มหาสุมังคลสูตร

มหาสุมังคลสูตรณ เมืองพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า 'ม...

💡 การมีจิตใจเมตตาต่อสรรพสัตว์ ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่ การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนและความเสื่อมเสีย

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว